วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

บทเรียนความรักกับผู้หญิง


ถ้าผู้หญิงไม่โสดสนิท จะไม่มีทางลืมคนเก่าได้ เค้าจะรอ รอจนกว่าคนๆ นั้นจะไปจริงๆ แต่ระหว่างรอผู้หญิง จะอยู่คนเดียวไม่ได้ เลยต้องหาคนคุย และหวังจะทำใจได้ แต่โดยลึกๆ แล้วผู้หญิง จะยังคงรักคนเดิม และจะมีการเปรียบเทียบกับคนเก่า ถึงแม้คนใหม่จะดีแค่ไหน ก็ต้องเห็นข้อผิดผลาดที่ด้อยกว่าคนเก่า จากนั้นเมื่อคนเก่ากลับมา ผู้หญิงก็จะกลับไป ... จึงเกิดอาการ ลืมคนเก่าไม่ได้ จะถอนตัวจากคนใหม่ก็รู้สึกผิด แต่ถึงอย่างไรก็ยังจะเลือกคนเก่า โดยยังลังเลว่าคนเก่าจะดีกับฉันไหม  จะกลับมาจริงๆ ไม๊ 

ผู้หญิงต่างกับผู้ชายมาก ผู้ชายจะตามหาคนที่ใช่ แต่ผู้หญิงหวังเสมอจะเป็นคนที่ใช่

ยิ่งโดยเฉพาะรักแรก ถึงผู้ชายไม่ดีอย่างไร ผู้หญิงเมื่อคิดว่าตนเองเป็นคนที่ใช่ จึงหวังว่า ผู้ชายคนนั้นจะเปลี่ยนได้ แต่มันไม่จริง (พฤติกรรมบางอย่างมันเป็นสันดาน จงจำเอาไว้เราไม่สามารถเปลี่ยนใครได้ เว้นแต่คนๆ นั้น เปลี่ยนตัวเค้าเอง) ผู้หญิงที่รักจิง จึงมักถูกมองว่าโง่ ... ยิ่งผู้หญิงที่เป็นคนดี จะไม่ทำร้ายคนที่เค้ารัก แต่จะจากไปก็ต่อเมื่อเค้าไม่เอาเราจริงๆ ... ฉะนั้น ผู้หญิงดีๆ มีเยอะแยะ 

ในกรณีที่ผู้หญิงชอบคนเลวจึงมักจะเป็นเฉพาะรักแรกซะส่วนใหญ่ รักฝังใจ แต่พอเจ็บและผ่านไป ผู้หญิงจะฉลาดขึ้นมาก ผู้ชายดีๆ ควรใฝ่หาผู้หญิงเหล่านี้และเข้าใจผู้หญิงให้มาก และรักกัน อย่าทำให้ผู้หญิงเสียใจอีก ^^


วันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

วิกฤต กับ ชีวิต และ ตลาดหุ้น


ในชีวิตคนเราแต่ละคนมักเกิดวิกฤต อยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะสอบตก ตกงาน อกหัก รักคุด ล้มเหลว หนักบ้าง เบาบ้างเป็นเรื่องธรรมดาเมื่อวิกฤตผ่านไปย่อมมีสิ่งดีๆ ตามมาเสมอ ทั้งได้งานใหม่ ถูกหวย ร่ำรวย พบรัก แต่คนมักไม่ค่อยใส่ใจนัก เนื่องจากความต้องการของมนุษย์ไม่มีคำว่าสิ้นสุด

เช่นเดียวกับตลาดหุ้น ย่อมมีวันที่เกิดวิกฤตทั้ง ต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ ต่างๆ นาๆ แต่หลังจากนั้นมักพบว่าหุ้นจะวิ่งกลับมาจุดเดิมที่มันเคยเป็นหรือมากกว่า ไม่ว่าวันใดก็วันหนึ่ง

เมื่อพบวิกฤตในตลาดหุ้น สิ่งที่ควรทำคือรักษาต้นทุนให้ได้มากที่สุด เรียนรู้และจดจำสิ่งที่เกิดในตลาด รอจังหวะที่วิกฤตเริ่มคลี่คลายแล้วกลับมาเริ่มลงทุน เพื่อสร้างความมั่งคั่งต่อไป

เช่นเดียวกับในชีวิตคนเรา เมื่อเกิดวิกฤต ผิดหวัง ล้มเหลว อย่าเพิ่งใจร้อนรีบหุนหัน เอาคืน โดยใช้แต่อารมณ์ แต่กลับต้องเรียนรู้สิ่งที่เราทำผิดพลาดให้มากที่สุด เพื่อที่จะไม่พลาดซ้ำสอง และก้าวเดินต่อไป เพื่อจุดหมายในชีวิตที่กำลังมาถึง  ...


วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คนข้างหลัง


วันนี้ได้ยินเสียงโทรศัพท์ดังตั้งแต่เช้าเป็นโทรศัพท์จากแม่โทรมา "กิต กิตกลับบ้านวันไหน ตาอาการแย่มากๆ อยากให้กลับมาดูใจหน่อย" (ก่อนหน้า แม่พาตาไปหาหมอ หมอบอกตาเป็นโรคหัวใจ น้ำท่วมปอด ไตมีปัญหา) ผมกับพี่ชายเลย ซิ่งขับรถกลับจาก กทม. มาอุตรดิตถ์ ระหว่างทางต้องใช้ทางเลี่ยงเมืองมาตลอดสายเพราะน้ำท่วมทางสายหลักทำให้รถขับผ่านไม่ได้ สงสารรถมาก... เจอหลุมเจอบ่อตลอดทาง ... แต่ยังดีถึงจะใช้เวลานานกว่าปกติแต่ก็ยังมาถึงบ้านจนได้

เวลาประมาณ 20.00 น. ได้มาถึงบ้านตา เข้าไปหาตา พบว่าตาผอมมาก(จากเดิมจะมีพุงนิดๆ)  คุยเล่นหยอกล้อกับตา ตาก็หัวเราะทั้งๆ ที่ตาพูดแทบไม่เป็นคำเพราะลิ้นแข็งแต่ก็แปลกันพอเข้าใจ ได้ยินคำถามหนึ่ง ตาถามว่า

ตา: เมื่อไหร่จะมีหลาน
หลาน: จะมีได้ไงตา ตอนนี้แฟนยังไม่มีเลย
ตา: เหอะๆๆ ตาก็คิดว่าจะได้อุ้มเหลน
หลาน: เอาไว้หาแฟนให้ได้ก่อนนะตา
ตา: แล้วจะบวชกันเมื่อไหร่ล่ะ
หลาน: เรียนจบก่อนตา ต้นปีหน้า ตาไปรับปริญญากันก่อนนะ
ตา: เอาไปทำไม เหอะๆๆ เอาล่ะๆ ตาง่วงนอนละ

ผมกับพี่ก็ช่วยกันยกร่างตาที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แล้วให้นอนบนเตียง จากนั้นก็เดินออกมาคุยกับแม่แม่บอกว่า
"พึ่งเห็นตาหัวเราะตอนหลานๆ มาเยี่ยมเนี่ย ...เมื่อเช้าที่แม่โทรไปตาม ตาหยุดหายใจไปพักหนึ่งแล้ว"


" เด็กคนหนึ่ง กำลังวิ่งตามความฝันของตนอยู่ในโลกกว้าง แต่บางครั้งกลับลืมมองมาข้างหลัง ว่ามีคนที่เราจะต้องดูแล ท่านไม่ได้ต้องการเงินทองจากเรา ขอแต่เพียงความห่วงใย แวะไปทักทายให้หายเหงา ... เท่านั้น ก็พอ" 


(เขียนเมือ 01/10/2011)

วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

ปริญญา ?


สำหรับน้องๆ ที่อยากต่อ โท (ขำๆ นะ)

((เวลายังไม่ได้ อ.ที่ปรึกษา))
S: อ. ผมอยากต่อโท อ.รับเป็นที่ปรึกษาให้ผมนะครับ "ผมไม่รับทุนก็ได้" ขอให้ผมได้เรียน แสดงความขยัน นั่งเฝ้า อ. เช้า-เย็น

((เวลาเพื่อนคนอื่นได้หัวข้อ))
S: อ. มีหัวข้ออะไรให้ผมทำมั่ง ผมทำได้หมด ขอแค่ได้หัวข้อทำ (แทนที่จะคิดเองว่าตนอยากทำอะไร)

((เวลาเพื่อนคนอื่นได้ทุน))
S: ทำไมผมไม่ได้ทุน ทีคนนู้น คนนี้ยังได้ อ.ลำเอียง (ลืมคำพูดวันแรกไปซะละ)

((หลังจากได้รับทุน))
S: ทำไมผมได้น้อยกว่าไอ้นั่นอ่ะ แป้ปเดียวทุนก็หมดละ อ.อย่าหวังให้ผมช่วยงานนอกเลยงั้น ต่อไปให้ทำอะไร ผมขอค่าจ้างด้วยละกัน (เริ่มเอารายได้ตนไปเทียบกับเพื่อนที่ทำงานแล้ว)

((เวลาใกล้จบต้องส่งผลงานตีพิมพ์ เพื่อนๆ คนอื่นจะจบหมดละ))
S: อ. ตรวจให้ผมหน่อยดิ นี่ใกล้หมดกำหนดส่งแล้วครับ จะเอาๆๆๆ (ผลงานที่ใช้เวลาวิจัยมาเป็นปี กลับเร่งให้ อ.ตรวจวันสองวันทั้งที่ผลงานยังไม่ได้)

((เวลาเรียนจบไป))
S: กรูจบโทนะเว่ย เงินเดือนต้องเท่านั้น ตำแหน่งต้องตรงนี้ (ทั้งๆ ที่ไม่มีประสบการณ์)

ประเทศไทยมีเด็กนับล้านคนที่อยากเรียนต่อแต่ไม่มีโอกาสได้เรียน การศึกษาทำให้คนเราดูน่าเชื่อถือและมีเปลือกที่แลดูเหนือกว่าคนอื่น แต่ถ้าการกระทำเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นจริง ถ้าเรายังไม่รู้จักคำว่าให้ ปริญญาที่ได้มาไม่ต่างอะไรกับเศษกระดาษแปะข้างฝาไว้เพื่อหลอกตน.